การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน
เชื่อหรือไม่ว่าปัจจุบันโลกเราได้พัฒนาย่างก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวก
ความสบายไม่ว่าสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเราเอง
จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนจะแตกต่างกันมาก ซึ่งถ้าเทียบกับสมัยก่อนจากที่เราเคยเติบโตมา
จริงอยู่ที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นทำให้เราประหยัดเวลาและรวดเร็วในการประกอบกิจกรรมต่างๆในประจำวันนี่เป็นข้อดีของเทคโนโลยีแต่เราหารู้ไม่ว่าเทคโนโลยีนี่แหละก็มีผลเสียซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่ของสังคมเราในปัจจุบันอีกเช่นกัน
เทคโนโลยีคืออะไร เทคโนโลยี หมายถึง
สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร
วัสดุ หรือ แม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น
กระบวนการต่างๆเทคโนโลยี เป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
และก่อให้เกิดประโยชน์ ในทางปฏิบัติ
แก่มวลมนุษย์กล่าวคือเทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้
ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัย
ทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์
เป็นสมบัติส่วนรวมของ
ชาวโลกมีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ
เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ
เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยีแล้ว ในความคิดใครหลายคนอาจจะนึกถึงเครื่องมือเครื่องจักรเชิงกลหรืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยที่นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของเรา แต่ความจริงแล้ว เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของมนุษย์มาเป็นเวลานานตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์
เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มนุษย์นำความรู้จากธรรมชาติวิทยามาคิดค้นและดัดแปลงธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานในการดำรงชีวิต
ในระยะแรกเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นระดับพื้นฐานอาทิ การเพาะปลูก การชลประทาน การก่อสร้าง การทำเครื่องมือเครื่องใช้
การทำเครื่องปั้นดินเผา การทอผ้า เป็นต้น ปัจจัยการเพิ่มจำนวนของประชากร
ข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
เป็นปัจจัยสำคัญในการนำและการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ลักษณะของเทคโนโลยี สามารถจำแนกได้ดังนี้ คือ 1.
เทคโนโลยีในลักษณะของกระบวนการ เป็นการใช้อย่างเป็นระบบของวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือความรู้ต่างๆที่ได้รวบรวมไว้
เพื่อนำไปสู่ผลในทางปฏิบัติ
โดยเชื่อว่าเป็นกระบวนการที่เชื่อถือได้และนำไปสู่การแก้ปัญหาต่าง ๆ 2. เทคโนโลยีในลักษณะของผลผลิต
( หมายถึง วัสดุและอุปกรณ์ที่เป็นผลมาจากการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี 3. เทคโนโลยีในลักษณะผสมของกระบวนการและผลผลิต
(เช่น
ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีการทำงานเป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเครื่องกับโปรแกรม
การที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อสังคมเราก็ทำให้เกิดข้อดีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น
การลดแรงงานคนในการทำงานต่าง ๆ เช่น ควบคุมการผลิต
และช่วยในการคำนวณ เพิ่มความสะดวกสบายตั้งแต่ส่วนบุคคล
จนถึงการคมนาคมและสื่อสารทั่วโลก เป็นแหล่งความบันเทิง ลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม
และ เกิดการกระจายโอกาส ทำให้เกิดสื่อการเรียนการสอนต่างๆมากขึ้น ทำให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เกิดระบบการป้องกันประเทศที่มีประสิทธิภามมากยิ่งขึ้น ในกรณีของอินเตอร์เน็ต
ผู้ใช้สามารถเลือกการผ่อนคลายได้ตามอิสระสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแล้วแต่เป็นข้อดีของเทคโนโลยี
แต่ในทางกลับกันก็มีข้อเสียอีกหลายข้อเช่นกัน สิ้นเปลืองทรัพยากร เช่น น้ำมัน แก็ส และถ่านหินจนกระทั้งน้ำ เปลี่ยนสังคมชาวบ้าน ให้กลายเป็นวัตถุนิยม ทำให้มนุษย์ขาดการออกกำลังกาย ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน
เพราะใช้แรงงานเครื่องจักรแทนแรงงานคน ทำให้เสียเวลา ทั้งจากรายการไร้สาระในโทรทัศน์
จนกระทั่งนัก chat หากใช้เว็บไซด์จำพวก Social
Network จะทำให้ผู้ใช้มีโลกเป็นของตนเอง ขาดการติดต่อกับผู้อื่น
โดยเฉพาะที่เห็นชัดเจนเกิดช่องว่างระหว่างผู้สูงอายุกับเด็ก
นอกจากนี้เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่องจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับสังคมเราด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสารและอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ในอีกทางหนึ่งโทษของเทคโนโลยีก็มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้วย เช่น ผลกระทบทางธรรมชาติ ปัญหาต่างในเรื่องของสภาพดินจากการใช้เครื่องมือทางการเกษตร สารเคมี การสูญเสียทรัพยากรน้ำจากการที่แหล่งต้นน้ำถูกทำลาย หรือการเน่าเสียของน้ำจากการทิ้งสิ่งปฏิกูลที่ย่อยสลายได้ยาก การสูญเสียแร่ธาตุจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน กิจกรรมต่างๆทางเทคโนโลยีของมนุษย์ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรงขึ้นกับโลกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม นอกจากจะส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติแล้ว หากนำมาใช้อย่างไม่ระมัดระวังก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม และวัฒนธรรมของมนุษย์ได้ เช่น ปัญหาการเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ หากไม่มีการป้องกันหรือแก้ไข ในอนาคตก็จะเกิดปัญหาวิกฤติประชากรได้สูญเสียความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดจากความเจริญก้าวหน้า ด้านการคมนาคม ขนส่ง การสื่อสาร ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งคนรุ่นหลัง ไม่มีเวลาในการคัดเลือกสิ่งดี ๆ ของภูมิปัญญาดั้งเดิมมาปรับใช้ สูญเสียความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคม สถาบันต่าง ๆทางสังคม เช่น ครอบครัว ชุมชนศาสนาการศึกษามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของสมาชิกในสังคมน้อยลง สื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาทำให้เกิด ปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม โสเภณีคอร์รัปชั่น การว่างงาน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเราจะใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะจะแสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิตในยุคเทคโนโลยีนี้ เราจำเป็นจะต้องอาศัยความรู้ หรือ ปัญญาเป็นฐานในการตัดสินใจ “รู้เขารู้เรา” เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่คาดการณ์ถึงและคาดการณ์ไม่ถึง หากเรามัวแต่ก้าวตามความเจริญก้าวหน้าเทคโนโลยีวัตถุ โดยไม่คำนึงถึงความเจริญก้าวหน้าของจิตวิญญาณและไม่ใช้ปัญญาประกอบการคิดพิจารณาแล้ว การดำรงชีวิตในยุคเทคโนโลยีก็คงจะเป็นชีวิตที่แสนโหดร้ายและอันตรายเป็นแน่แท้
นอกจากนี้เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่องจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับสังคมเราด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสารและอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ในอีกทางหนึ่งโทษของเทคโนโลยีก็มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้วย เช่น ผลกระทบทางธรรมชาติ ปัญหาต่างในเรื่องของสภาพดินจากการใช้เครื่องมือทางการเกษตร สารเคมี การสูญเสียทรัพยากรน้ำจากการที่แหล่งต้นน้ำถูกทำลาย หรือการเน่าเสียของน้ำจากการทิ้งสิ่งปฏิกูลที่ย่อยสลายได้ยาก การสูญเสียแร่ธาตุจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน กิจกรรมต่างๆทางเทคโนโลยีของมนุษย์ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรงขึ้นกับโลกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม นอกจากจะส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติแล้ว หากนำมาใช้อย่างไม่ระมัดระวังก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม และวัฒนธรรมของมนุษย์ได้ เช่น ปัญหาการเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ หากไม่มีการป้องกันหรือแก้ไข ในอนาคตก็จะเกิดปัญหาวิกฤติประชากรได้สูญเสียความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดจากความเจริญก้าวหน้า ด้านการคมนาคม ขนส่ง การสื่อสาร ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งคนรุ่นหลัง ไม่มีเวลาในการคัดเลือกสิ่งดี ๆ ของภูมิปัญญาดั้งเดิมมาปรับใช้ สูญเสียความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคม สถาบันต่าง ๆทางสังคม เช่น ครอบครัว ชุมชนศาสนาการศึกษามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของสมาชิกในสังคมน้อยลง สื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาทำให้เกิด ปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม โสเภณีคอร์รัปชั่น การว่างงาน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเราจะใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะจะแสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิตในยุคเทคโนโลยีนี้ เราจำเป็นจะต้องอาศัยความรู้ หรือ ปัญญาเป็นฐานในการตัดสินใจ “รู้เขารู้เรา” เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่คาดการณ์ถึงและคาดการณ์ไม่ถึง หากเรามัวแต่ก้าวตามความเจริญก้าวหน้าเทคโนโลยีวัตถุ โดยไม่คำนึงถึงความเจริญก้าวหน้าของจิตวิญญาณและไม่ใช้ปัญญาประกอบการคิดพิจารณาแล้ว การดำรงชีวิตในยุคเทคโนโลยีก็คงจะเป็นชีวิตที่แสนโหดร้ายและอันตรายเป็นแน่แท้
ฉะนั้นแล้วเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกในยุคปัจจุบันที่สามารถเชื่อมโยงโลกทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกัน
ทำให้โลกที่เคยกว้างใหญ่กลับแคบลง ระยะทางซึ่งแต่เดิมคือ อุปสรรคสำคัญในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันของมนุษย์ชาติกลับไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปทำให้มนุษย์ในแต่ละสังคมต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้มากยิ่งขึ้น
แต่ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความเสื่อมถอยของสังคมในยุคปัจจุบัน
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์ผู้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด หากรู้จักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสร้างสรรค์และรู้เท่าทัน
ย่อมส่งผลให้มนุษย์ในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น